ฉันทนมองสังคมแบบนี้ไม่ได้ "ฉันเสี่ยงไปไหม"

          ตอนนี้หนักใจ และเหนื่อยใจมาก กับสิ่งที่เจอมาร่วม 10 วัน  กับการเดินทางไปทำงานตอนเช้า  ตอนเย็นเข้าโรงพักทุกวัน

          ที่หายไปเพราะงานอำเยอะ ธุรกิจที่ทำเสริมตอนนี้ คือ การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์  ทำสิ่งนี้มาร่วม 4 เดือนแล้ว ค่อนข้างจะไปได้สวยเลยทีเดียว พอเริ่มจะลงตัวกับงานชิ้นนี้ สุดท้ายก็มาเกิดปัญหา  เพราะสินค้ามีคนสั่งเยอะไม่สามารถรองรับลูกค้าได้ เลยกลายเป็นต้องนำเข้าด้วย และพยายามหาในประเทศไทยด้วย คงสงสัยกันนะคะ อำนะเข้า BlackBerry iPhone และกล้อง ทุกยี่ห้อคะ

          แต่สิ่งที่อำทำปัจจุบัน คือ การตรวจเช็คราคาในประเทศไทยว่าสินค้าที่เรานำเข้ามานั้นหากมันแพงไปเราจะไม่ได้กำไร อำเลยต้องทำการตรวจสอบราคาอยู่ตลอดเวลา เลยไปเจอเว็บหนึ่งคะ ซึ่งมันขาย BlackBerry ราคาถูกมากจนไม่น่าเชื่อ ทำให้เรารู้สึกว่าน่าสนใจ หากเราสั่งเขาเราจะได้ลดต้นทุนไปหน่อย เลยทำการติดต่อกับเจ้าของที่โพสไว้ "คนนี้ชื่อ เต้ มารุต ศรีทัย เอก " มันจะเปลี่ยนชื่อไปเรื่อย ๆ นะคะ หากพบคีย์เวิดร์นี้โปรดระวังนะคะ 

          iPhone Classic 8GC = 8,000 / 16GB ราคาเพียง 13,000 เท่านั้น

          BlackBerry Curve = 10,000 และ Bold = 11,000 กับเว็บไซต์ที่โพสดังนี้

          http://www.thaimobilecenter.com/market/market_detail.asp?board_id=34022

          ไอ้เราก้อคงอยู่ช่วงดวงไม่ดีสั่งของเขาแล้วก้อโอนเงินไปครึ่งหนึ่งเพื่อลองสินค้าก่อน แต่พอถึงเวลาส่งสินค้าบริษัทนี้ดันไม่ส่งสินค้าให้เรา เลยต้องกลายเป็นเรื่อง สิ่งแรกที่ได้ทำนั่นคือ

          1. การแจ้งความว่าโดนฉ้อโกง โดยเราต้องเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยนะคะ

          2. นำเอกสารที่เราแจ้งความนั้นทำการติดต่อแบงค์เพื่อสอบถามเจ้าของบัญชีว่าอยู่สาขาไหน หลังจากนั้นให้นำใบแจ้งความนี้ไปที่แบงค์แล้วทำการบอกแบงค์ว่าเราต้องการอายัดเงินของเราในบัญชีนี้เป็นจำนวนเงินที่เราเสียหายคะ

          3. หลังจากนั้นทำการส่ง message ไปหาคนที่โกงเราแล้วบอกไปว่าเราได้ทำการอายัดเงินสดของเราในบัญชีธนาคารของคุณเรียบร้อยแล้ว "หากเขาไม่ติดต่อกลับ" ขั้นตอนต่อไปนะคะ

          4. ไปโรงพักอีกรอบแล้วทำการแจ้งอายัดของเขาทั้งบัญชีได้เลยค่ะ พร้อมบอกเหตุผลของเรากับตำรวจว่าทำไมเราต้องทำแบบนี้ เพราะทางเราติดต่อไปไม่มีใครมารับผิดชอบ คราวนี้แหล่ะคะเงินสดทั้งแบงค์หากเขามีมากกว่าเงินที่เราเสียไปเขาจะติดต่อกับทันที "เพราะของอำเสียไป 19000 บาท แต่อายัดเงินบัญชีเขาได้เป็นเงินทั้งหมด 1,300,000 บาท" เท่านั้นคะของอำไม่เกินเช้าของวันรุ่นขึ้นก็ได้รับการติดต่อกลับทันทีคะ

          5. กรณีหากทำการตกลงได้เราก้อยกเลิกอายัดไปเลยคะ เราจะได้ไม่วุ่นวายอีก

          ส่วนของอำนั้นที่มีปัยหานั่นก็คือ เงินสดของเขามีการโอนเงินเป็น "ล้านบาทต่อวัน"  ทำให้อำรู้สึกมีพิรุธ อำเลยทำการขอแบงค์ให้เปิดการดูบัญชีการเดินเงินของเขา ทำให้อำตกใจ และเกิดข้อสงสัย ~บริษัทบ้าอะไรหว่ะขายของได้วันละเป็นล้านบาท~

         13 มกราคม 2553 ได้รับการติดต่อจากแบงค์เพื่อทำการยกเลิกอายัดเงินสด เพราะเจ้าของบัญชีได้เข้ามาชี้แจงเหตุผลว่าทางบริษัทเขาก็โดนคนหลอกเหมือนกัน ตัวเราไม่ว่าอะไรหรอกคะ งั้นก็มาชี้แจงที่สถานีทำตรวจแล้วกันจะได้เซ็นต์ยกเลิกไปทีเดียว

          19.00 น. 13 มกราคม 2553 นัดเจอที่โรงพักสรุปว่าเขาก็โดนหลอก ทางเราไม่มีปัญหาแต่สิ่งที่อยากได้ฉันขอ เอกสารการจดทะเบียนบริษัทว่าได้ดำเนินธุรกิจนี้จริงไหม และเอกสารการส่งของให้ดูหน่อย พรุ่งนี้มาเจอกัน

          18.00 น. 14 มกราคม 2553 นัดเจอกันรอบสอง พร้อมกับเอกสารที่เราต้องการ แต่สรุปว่าเอกสารไม่มี พร้อมกับอ้างว่าให้เจ้านายถือว่าให้ และกำลังขับรถมา เราไม่ว่าอะไรรอได้สักพัก เราให้ลูกน้องมันโทรหานายว่าอยู่ไหนเพราะดึกมากแล้ว สรุปนายมันปิดมือถือ ไม่รับสาย หลังจากนั้นเด็กคนนี้ก้อขับรถหนี้ไป

          แต่สิ่งที่เราไม่คาดฝันก็เกิดขี้น มีเสียงโทรศัพท์ โทรเข้าสารวัตรที่รับผิดชอบคดีเรา พร้อมกับถามว่า "จบได้ไหมคดีนี้" เท่านั้นแหล่ะทำให้เรารู้ว่ามีตำรวจระดับใหญ่คอยคุ้มกันและคอยช่วยเครียปัญหานี้อยู่ ทำให้เราคิดว่า "เนี่ยเหรอสังคมไทย ที่เอาชีวิตฝากไว้กับตำรวจ เมื่อตำรวจเป็นสะเองแล้วฉันจะปรึกษาใคร" วันนั้นกลับบ้านดึกมาก แล้วก้อพบกับคำตอบว่า หากเราดื้อไป เราก็แพ้ เมื่อมันมีเงินมากกว่าเราจะให้อำนาจแบบนี้ใครจะสู้มันได้

          19.30 น. 15 มกราคม 2553 ได้พบกับข่าวทางสถานีว่า บริษัทนี้ได้เอาทนายมาฟ้องเราเรื่องการอายัดเงินจำนวนหนึ่งล้านบาท ทำให้เขาไม่สามารภบริหารบริษัทได้ ~งง ไปเลย คนผิดไม่รับผิด แล้วดันมีหน้ามาฟ้องเรากลับ~ เออดีประเทศชาติ ฉันว่าฉันจะไม่หาเรื่องแล้วนะ ทำให้ฉันเกิดโมโห แกสวย สว สวย

          16.30 น. 16 มกราคม 2553 รีบจัดการงานตัวเองเพื่อไปจัดการคดีนี้ให้เสร็จ เริ่มจากติดต่อเจ้าของบริษัท กดหาเป็น 10 รอบ ก้อไม่รับ ส่ง message ไปก้อไม่โทรกลับ ไหนไหนก้อไหนไหนแล้วบอกสารวัตรเลยแล้วกันว่าติดต่อกับผู้กำกับที่มันขอให้คดีจบติดต่อไอ้บริษัทโกงหน่อยสิ แล้วมาเครียให้จบภายในวันนี้ ไม่งั้นฉันจะเรียกร้องค่าเสียหาย พร้อมกับค่าเสียเวลา  หลังจากไอ้ตำรวจบ้ามันติดต่อกันเวลาไม่นานมันก็ติดต่อกลับมา แล้วบอกว่าขอเลื่อนนัดไปอีก ~อะไรหว่ะกูเสียเวลามาโรงพักทุกวัน คราวนี้ฉันจะจบคดีเสือกไม่มาอีก พลัดกูเป็นว่าเล่น แล้วจะมาฟ้องกูว่ากูอายัดเงินทำให้มันไม่สามารถเอาเงินไปใช้ได้ ตกลงแม่งจะเอาเงินไปใช้หรือเปล่าหว่ะ~

          เออเล่นแง่นัก ด้วยความโมโห หยิบโทรศัพท์ติดต่อเจ้าของบริษัท แล้วบอกกับตำรวจว่า "ตกลงฉันจะเรียกเงินค่าเสียเวลาจำนวน 1 แสนบาท พร้อมกับเงินสดของฉันอีก 19000" ให้มาเครียโดยด่วน หากคิดว่ามันมากไปให้มาดูการบริหารเงินของฉันว่าวันวันฉันหาเงินได้เยอะขนาดนั้นหรือไม่ และฉันได้เตรียมทนายไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อฟ้องกลับ"

Comment

Comment:

Tweet

ในชีวิตนี้ไม่เคยเกลียดคนอาชีพไหนเท่าเกลียดตำรวจเลยจริงๆ มันทำได้ทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องเลวๆ ...โดนมาเยอะเหมือนกัน...เป็นกำลังใจให้นะคะ

#9 By ทิฟฟี่ (125.24.58.166) on 2010-03-18 19:59

sad smile

เฮ้อ

#8 By ღ。Nahmfonღ。 on 2010-01-28 23:34

เลววววangry smile

#7 By Mango Hotel on 2010-01-24 20:43

ต้องหาคนที่ไว้ใจได้ปรึกษา เยอะ ๆนะ..

#6 By ราศีกุมภ์ on 2010-01-24 20:41

เฮ้ออออ


#5 By TiNg~!!! on 2010-01-24 16:42

เมื่อการค้าขายไม่ซื้อสัตย์ต่อกัน เฮ้ออออ .....

#4 By nora on 2010-01-24 03:45

เฮ้อ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะนิสัยคนไทย(บางคน)นั่นแหละค่ะ

ทำใจนะคะ

#3 By Th3 AnniE on 2010-01-23 23:17

น่าเจ็บใจ

#2 By wesong on 2010-01-23 23:16

เจอพวกต้มตุ๋นเข้าแล้วล่ะค่ะsad smile
สั่งของทางอินเตอร์เน็ทมันก็ต้องเสี่ยงอย่างนี้ล่ะค่ะ
ต้องระวังมากๆนะคะ
ทำธุรกิจมันต้องมีเสี่ยงหลายอย่างเหมือนกัน

#1 By ❤NoRWAN❤ on 2010-01-23 21:10