เหนื่อยมาก
posted on 25 Jul 2010 01:05 by enjoy-aumรอบเดือนนี้ไม่ได้เขียนไดอารี่มานาน เป็นเพราะเจออุปสรรคในการขายสินค้ามาอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกับพายุกำลังจะพัดพาร่างกายให้หายไป ยังไงอย่างงั้น
หนูรู้ หนูเหนื่อย แต่หนูก็จะทำคะแม่-พ่อ
วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าสู่ระบบการทำงาน "หัวเป็นน๊อต" อีกครั้งหนึ่ง การดำเนินชีวิตก็เป็นเหมือนเคย ออกแต่เช้า กลับบ้านดึก แบกงานมาทำต่อที่ร้านพร้อมทั้งตรวจสอบเครื่องประจำทุกวันแบบนี้เช่นเคย แต่การดำเนินชีวิตของทุกวันตัวเรารู้ว่ามันเหน็ดเหนื่อยอย่างมากมาย แต่ก็จะหายเหนื่อยทุกครั้ง
• ที่กลับบ้านแล้วเห็นพ่อ-แม่ ยิ้ม ~รู้ไหมหนูหายเหนื่อยได้พริบตาเลย~
• พยายามทำงานหนักเพื่อให้ท่านสบาย ~แต่ไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรกับเราบ้าง อยากรู้มากเลยรู้ไหมคะพ่อ-แม่~
• ไม่เคยคิดอยากจะมีแฟน เพราะกลัวไม่มีเวลาให้ท่าน ~รู้ว่ามันไม่ใช่ประเด็นที่จะมาอ้าง แต่ก็รู้ว่าคนดีดีมันก็หายากจัง~
• ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้พ่อก็ยังไปส่งเราก็ 34 ปี ท่านไม่ยอมเลิกสะที ~เรารู้สึกว่าท่านลำบากจัง อยากให้ท่านพักบ้าง พอไม่ให้ไปส่งท่านก็บ่น~
• เวลาเราเครียดเราก็มีเจ้า "ไดอารี่" เป็นเพื่อนยามที่เราอยาก "ระบาย" ~สิ่งนี้แหล่ะที่สามารถทดแทนความเหงาของเราได้ในช่วงเวลานั้น~
• เมื่อเวลาตัวเองหมดแรง หรือท้อ การไปเที่ยวไหนคนเดียวเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด ~ไม่ต้องมากแค่ทะเลเงียบ ๆ คนเดียว 2 คืนมันก็สามารถเปลี่ยนมุมมองได้เหมือนกัน~
• คนรอบข้างคิดว่าเราเป็นผู้หญิงที่ขยัน ทำไปได้ไงงานขนาดนี้ ~เราอ่อนแอจะตาย ไม่มีใครมองออกเท่านั้นเอง~
จนป่านนี้เราก็ยังคงดำเนินชีวิตอย่างเหมือนเคย แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าพ่อ-แม่ ท่านยังต้องการอะไรบ้างอีกหรือเปล่า เราก็แค่คนหนึ่งทำงานราชการเงินเดือนไม่มากนัก อาจจะหาความสุขให้ท่านได้ไม่มากนัก ถึงแม้ท่านจะถามว่า "หนูเหนื่อยไหมลูก" คำนี้แม้เหนื่อนป่านใด เสียงที่ตอบออกจากปากต้องเป็นคำว่า "อำเก่งจะตาย แค่นี้เองไม่เหนื่อยหรอกป๋า" ~แม้ร่างกายของเรามันแทบจะขาดแล้วก็ตาม~
หนูรู้ หนูเหนื่อย หนูรู้ หนูท้อ "หนูหมดแรงไม่ได้หรอกคะ" เพราะหนูรักป๋า กับ แม่ ไงคะ
วันนี้หนูท้อ เลยต้องมาหาไดอารี่บานนี้ เพื่อทำให้ใจเราแข็งแรงขึ้น "หนูจะไม่ทำให้ป๋ากับแม่ผิดหวังคะ"
•• Devils & Divas Comedy Concert ••
posted on 20 Jun 2010 13:48 by enjoy-aumGOoo. Devils & Divas Comedy Concert
รางวัลชีวิตรอบเดือนนี้ ทั้ง ๆ ที่ต้องส่งของ แต่ก็ต้องรีบไปดูคอนเสริตนี้สะหน่อย "Devils & Divas Comedy Concert" หัวหมาก 555+ ไปไม่ถูกหรอก ซุ่ม ๆ กันไป จากที่เขาเลื่อนกันไปนานร่วม 1-2 เดือน ก็ได้เวลาออกโรงกันแล้วค่ะ
กลับมาแล้วพร้อมภาพ กับเสียงหัวเราะแบบปวดปาก ปวดกราม อย่างแรง
กับ "5 นักร้อง + 1 สาวขำ" พร้อมประชันใน เดวิลส์ แอนด์ ดีว่าส์ คอนเสิร์ต นำโดย มัม ลาโคนิค , แอม เสาวลักษณ์ , โอปอล์ , พี่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ , พี่ตู๋ นันทิ และ พี่ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
งานนี้คนเด่นในงานได้แก่ น้องโอปอ พี่ฮาย ทั้งสองคนทำเอากรามแทบค้าง ตลอดงาน ซึ่งเขาจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 นางฟ้า นำโดย พี่ตู๋+พี่ตุ๊ก+พี่แอม
กลุ่มที่ 2 กลุ่มนางมาร ^^ เหมือนเราเลย นำโดย พี่มัม+พี่ฮาย+น้องโอปอ
ซึ่งมีแขกรับเชิญเป็นน้องโตโน้ เห็นเขากรี๊ดกัน เราละนั่งงงไปเลยเขาเป็นใครน๊า อิอิ เพราะเป็นนักร้องวัยรุ่นสมัยใหม่เกินไปที่เราจะรู้จัก กรี๊ดกันสนั่นเวทีเมื่อโตโน้ก้าวขึ้นเวที
ขอ Copy Link ที่คนเอาเข้าไปโพสในยูทรูปมาประกอบหน่อยนะคะ เพราะไม่มีเวลาเอา VDO ลงจริง ๆ คะ
คอนเสิร์ตเริ่ม 19.00 น. แต่เล่นเลิกปาเข้าไป 23.30 น. กลับบ้านมึดค่ำกันเลยคะ พร้อมกับความเพลียในปากอย่างแรง ไปแระคะ แล้วค่อยเจอกันใหม่นะคะ บ๊ายบาย
•• หยุดตะลอน~บาดเจ็บสาหัส ••
posted on 11 Jun 2010 20:55 by enjoy-aumEnJoY หยุดตะลอนเพราะไม่สบายอย่างหนัก เย็บหลายเข็มมาก เพราะไปตัดผ่าตัดฟันมา เล่นเอากินไม่ได้ แง แง --^ นอนไม่หลับเพราะปวดมากมาย ต้องพักร้อนจากงานราชการ 3 วัน โดยแพทย์สั่งให้หยุดทำงานทุกอย่าง เลยเป็นอะไรที่เซงมากมาก เบื่อมากมาย โอ๊ยไม่เคยว่างอะไรขนาดนี้
แต่ก้อไม่พ้นแอบมานั่งทำงานพิเศษ Update หน้าเว็บไซต์ตัวเอง จัดการราคาใหม่ เก็บเอกสารที่รกรุงรังมากมาย อะนะ แต่ก้อดีเหมือนกันที่ได้หยุดหากไม่ได้หยุดคงรกอยู่อย่างนี้แหล่ะค่ะ บ่าย ๆ ของแต่ละวันก็จะว่างเป็นธรรมดา ไปทำเล็บ ทำผมสะเลยเปลี่ยนหน้าตาสะบ้าง เลยเป็นยายป้ากับเขาสะ อิอิ
ช่วงเย็นก้อไปหาหมอล้างน้ำเกลือ ตกเย็นก้อทานยา กินข้าวต้ม เป็นเรื่องปกติทำแบบนี้มา 3 วันแล้วน่าเบื่อมากมาก
•• Espresso sigle shot ••
posted on 05 Jun 2010 22:31 by enjoy-aumEspresso สักแก้ว
วันเสาร์ที่ไม่ได้พักอีกตมเคย ตื่นเช้ามาก็มานั่งทำเอกสาร รับโทรศัพท์ลูกค้า ทำเอกสารให้ลูกค้าเพราะวันนี้เป็นวันปิดยอดรับสินค้า Blackberry และ iPhone และก็ยังเป็นวันที่ต้องส่งของให้กับลูกค้าอีก 3 เจ้า เหนื่อยมากคะ ใช้พี่วินมอไซต์อีกตามเคยเพราะกรุงเทพรถติดมากกก ตัวดำปิดดดด
วันนี้ภาระคงหมดเท่านี้คะ เพราะต้องกลับบ้านอาน้ำ และทำเอกสารปิดยอดอีก บ๊ายบายคะเพื่อน ๆ ฝันดีคะ
•• ออกนอกกรอบอีกวัน ••
posted on 31 May 2010 17:21 by enjoy-aumออกนอกกรอบอีกวัน ^^
งานที่ทำงานช่วงนี้ก็ยุ่งมาก เพราะหัวหน้าที่เรารักเขามีปัญหาครอบครัว สิ่งใดที่ช่วยเขาได้เราต้องช่วยเต็มที่ เพราะเขามีบุญคุณกับเรามาก ซึ่งพี่ชายเป็นมะเร็วขั้นสุดท้าย และกำลังหาทางช่วยกันรักษาอยู่ แต่เราก็แค่คนนอกครอบครัว เอาใจช่วยคะพี่ออ มรสุมอะไรผ่านมาหวังว่าพี่ออต้องผ่านมันได้ อำช่วยเต็มที่นะคะ
เลิกงานแล้ว ต้องออกนอกรอบอีกวันไปส่งของรถไฟฟ้าอโศก นั่งพักทานกาแฟสักแก้ว พร้อมกับอ่านตารางงานรอลูกค้าไปเรื่อย ๆ คนเดินทางกันกลับบ้านกันแล้ว แต่เรายังคงเป็นแบบนี้เช่นเคยทุกวัน
ค่ำแล้วค่ะ กลับถึงบ้านก้อคงสองทุ่มกว่า เพื่อจะไปให้ทันเซ็นสัญญากับลูกค้าภายในเวลา 3 ทุ่ม ที่บ้านค่ะ คงต้องรับไปอีกตามเคย ไม่อยากกลับไปทำอะไรต่อเลย อยากนอนมาก มากก มากก โอ๊ย
•• เรื่องราวอันมากมายที่ไม่ EnJoY เสียเลย ••
posted on 29 May 2010 21:40 by enjoy-aumเรื่องราวอันมากมายที่ไม่ EnJoY เสียเลย
ผ่านไปหลายเดือนไม่ได้มาเขียนไดอารีเล่มนี้เลย เพราะเรื่องราวอันมากมายที่ต้องแก้ไข+กับความพยายามอดทนทุกสิ่งทุกอย่าง ปัญหา อุปสรรค ที่เข้ามาพร้อมกันมันทำให้ร่างกายมันท้อไปทุกวันจนสุดท้ายตัวเองต้องหนี้สังคมอันวุ่นวาย สะพายกระเป๋าออกเดินทางเพื่อทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแม้มันจะแย่เสียไปหมดทุกอย่าง
ตอนนี้นั่งอยู่ริมหาดทราย นั่งทำงานกลางคนมากมาย มีเพื่อนเป็นสายลม เม็ดทราย ซึ่งเราไม่สามารถเล่าเรื่องอันเลวร้ายให้ใครรับทราบได้ ชีวิตก็เหมือนคลื่นที่กำลังซัดเข้าฝั่งโดยไม่มีวันหยุดตลอดคืนและตลอดวัน
ตลอดวันที่ผ่านหลังเลิกงานจะต้องเดินทางส่งของแทบทุกวัน ตามรถไฟฟ้าทุกสถาน๊ ~ ขอบอกก่อนคะเพราะตอนนี้ได้ขายสินค้า Blackberry นำเข้าจากต่างประเทศ และค่อนข้างจะขายดีเสียด้วยค่ะ แต่มันก็เหนื่อยมากเพราะเรามีงานประจำอยู่ ถามว่ากลัวก็กลัว แต่ก็ต้องทำ
แต่สิ่งที่ผ่านมาและร้ายแรงมากที่สุดคือต่างประเทศส่งสินค้าผิดสเป็ค ทำให้เราต้องแก้ปัญหาอันใหญ่มาก เพราะสินค้า iphone 3gs รอบนี้สินค้าเยอะมาก และเป็นสินค้าที่แพงมาก ๆ ๆ หลานแสนบาท เล่นเอาน้ำตาร่วงไปหลายเดือน และขณะนีก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เนื่องจากสินค้าที่ส่งมาต้องส่งกลับไปต่างประเทศซึ่งใช้ระยะเวลาในการจัดส่งค่อนข้างนาน ประกอบกับลูกค้าต้องกาดึงเงินคืนอีกต่างหากคะ
ที่ผ่านมามันเหนื่อยมาก แต่พูไปเขาก็บอกว่าทำเองนิ ทำให้ลำบากเอง ใครจะช่วยได้ เนี่ยแหล่ะคะเลยต้องมาบ่นในไดอารี่เล่มนี้ สิ่งที่ทำทุกอย่างด้วยความลำบากก็เพราะอยากให้พ่อแม่สบายเท่านั้นเอง อยากให้ท่านภูมิใจเรา เราผิดเหรอที่ทำแบบนี้ ช่วงนี้อาจจะต้องหายไปอีกนานกับปัญหาที่เกิด ชาร์ทแบทแล้วหลายรอบก็หมดไปหลายรอบแล้วเช่นกัน ขอพรอย่างเดียวว่าขอให้มันผ่านไปได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง แก้ปัญหาให้ดีที่สุดใครจะว่าอะไรเราไม่สนใจ เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว
ขอบคุณทุกคนค่ะที่เข้ามาให้กำลังใจ ถึงแม้จะหายไปนานจนบางทีเพื่อนอาจจะลืมไปแล้วบ้างก็ตาม ยังคงคิดถึงไดอารีเล่มนี้ตลอดเวลาคะ บ๊ายบาย ฝันดี
•• ขอโทษนะเพื่อน ••
posted on 20 Feb 2010 23:03 by enjoy-aum
•• ขอโทษนะเพื่อน ••
หลังวันวาเลนไทน์ เพียงหนึ่งวันที่อาจจะทำให้เพื่อนกันมันเปลี่ยนไป เพียงเพราะแกคิดกับฉันเกิดเพื่อน เรื่องนี้มันเพิ่งเกิดขึ้น แต่ตัวเราเองรู้อยู่ตลอดเวลาว่าเพื่อนเราคนนี้มันชอบเรา แต่ฉันไม่ชอบ และก็พยายามบอกมันตลอดเวลา ฉันทั้งพูด กู มึง เอ็ง ข้า เพื่อนก็ยังไม่รับรู้ ฉันไม่อยากให้แกเสียใจ และฉันก็ไม่อยากทำให้ใครเสียใจ ฉันอยากทำงานและดูแลครอบครัวมากกว่านี้
ฉันไม่รู้จริง ๆ หว่ะแก กูไม่อยากให้มึงคิดแบบนี้ ทุกวันที่ข้าทำงานข้าเหนื่อยใจกับการคุยกับแก ถึงแม้แกจะถามข้ามากสักเท่าไหร่ ข้าก็ไม่มีเปลี่ยนใจ และฉันก็ไม่อยากตัดแกออกจากเพื่อนสนิท
แต่ตอนนี้ฉันเหนื่อยงานมาก แล้วยังมาเจอแกถามโน้นนี่อีก เหมือนคนคอยสังเกตุตัวข้า ข้าเหนื่อยจริงหว่ะเพื่อน แล้วข้าก็เป็นผู้หญิงเจ้าอารมณ์สะด้วยพวกแกก็รู้ เป็นหญิงไฮเปอร์ มากมาย โลกส่วนตัวข้ามันก็เยอะโข โทษนะเพื่อน แต่ก็ขอบใจนะที่มีคนในโลกนี้ชอบเรา ทั้ง ๆ ที่ตัวเราก็ไม่ได้ดีอะไรหนักหนา
ฉันผิดไหม เพื่อนบอกหน่อย ฉันไม่ได้รังแกใครใช่ไหม ฉันทำทุกทางแล้วจริง ๆ เดี๋ยวแกก็จะโชคดีแหล่ะ ส่วนข้าก็คงเป็นเช่นนี้เหมือนเดิม
•• ทำไมปีนี้มันหนักหนาอย่างนี้นะเรา ••
posted on 30 Jan 2010 23:23 by enjoy-aum•• ทำไมปีนี้มันหนักหนาอย่างนี้นะเรา ••
งานที่ทำงานก็หนักสะเหลือเกิน ทำงานไปกินไป อยู่กับคอมตลอดเวลาเลยเรา ทำไมมันเยอะขนาดนี้ เบื่อตัวเองจริงเลย นายก้อไปอยู่กับรัฐมนตรีอีก งานประจำก็ทำไม่เสร็จเพระโดนงานอื่นแทรกสะงานประจำปั่นไม่ไหวแล้ว โว๊ย
งานพิเศษก็ช่างปวดหัวเสียเหลือเกิน ต้นปีก็มีเรื่องขึ้นโรงพักตั้งแต่ต้นปี เครียคดีกันเจ้าละหวั่น เครียเสร็จก็ต้องมารีบปั่นสินค้าส่งให้เสร็จตามกำหนดอีก ไหนจะสอนหนังสือเด็กอีก ผู้ใหญ่อีก
อยู่บ้านก้ออยู่แต่มุมนี้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เปิดหนังสือ มีเจ้าสิงโต ตัวโปรดคอยนอนให้กำลังใจตลอดเวลา ต่อไปจะเจออะไรกีอีกเนี่ย มันช่างเยอะสะเหลือเกิน พรุ่งนี้ก็ต้องไปสอนหนังสือข้างนอกอีก แล้วก็ต้องไปส่งของอีก โอ๊ย โอ๊ย เข้ามาบ่นมันจะได้อะไรเนี่ย ปวดหัวมากมาก พอแหล่ะไปนอนดีกว่า หนูรักพ่อแม่ค่ะ
•• ฉันทนมองสังคมแบบนี้ไม่ได้ "เมื่อตำรวจมันเลวฉันจะทำยังไง" ••
posted on 23 Jan 2010 20:55 by enjoy-aumฉันทนมองสังคมแบบนี้ไม่ได้ "ฉันเสี่ยงไปไหม"
ตอนนี้หนักใจ และเหนื่อยใจมาก กับสิ่งที่เจอมาร่วม 10 วัน กับการเดินทางไปทำงานตอนเช้า ตอนเย็นเข้าโรงพักทุกวัน
ที่หายไปเพราะงานอำเยอะ ธุรกิจที่ทำเสริมตอนนี้ คือ การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ทำสิ่งนี้มาร่วม 4 เดือนแล้ว ค่อนข้างจะไปได้สวยเลยทีเดียว พอเริ่มจะลงตัวกับงานชิ้นนี้ สุดท้ายก็มาเกิดปัญหา เพราะสินค้ามีคนสั่งเยอะไม่สามารถรองรับลูกค้าได้ เลยกลายเป็นต้องนำเข้าด้วย และพยายามหาในประเทศไทยด้วย คงสงสัยกันนะคะ อำนะเข้า BlackBerry iPhone และกล้อง ทุกยี่ห้อคะ
แต่สิ่งที่อำทำปัจจุบัน คือ การตรวจเช็คราคาในประเทศไทยว่าสินค้าที่เรานำเข้ามานั้นหากมันแพงไปเราจะไม่ได้กำไร อำเลยต้องทำการตรวจสอบราคาอยู่ตลอดเวลา เลยไปเจอเว็บหนึ่งคะ ซึ่งมันขาย BlackBerry ราคาถูกมากจนไม่น่าเชื่อ ทำให้เรารู้สึกว่าน่าสนใจ หากเราสั่งเขาเราจะได้ลดต้นทุนไปหน่อย เลยทำการติดต่อกับเจ้าของที่โพสไว้ "คนนี้ชื่อ เต้ มารุต ศรีทัย เอก " มันจะเปลี่ยนชื่อไปเรื่อย ๆ นะคะ หากพบคีย์เวิดร์นี้โปรดระวังนะคะ
iPhone Classic 8GC = 8,000 / 16GB ราคาเพียง 13,000 เท่านั้น
BlackBerry Curve = 10,000 และ Bold = 11,000 กับเว็บไซต์ที่โพสดังนี้
http://www.thaimobilecenter.com/market/market_detail.asp?board_id=34022
ไอ้เราก้อคงอยู่ช่วงดวงไม่ดีสั่งของเขาแล้วก้อโอนเงินไปครึ่งหนึ่งเพื่อลองสินค้าก่อน แต่พอถึงเวลาส่งสินค้าบริษัทนี้ดันไม่ส่งสินค้าให้เรา เลยต้องกลายเป็นเรื่อง สิ่งแรกที่ได้ทำนั่นคือ
1. การแจ้งความว่าโดนฉ้อโกง โดยเราต้องเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยนะคะ
2. นำเอกสารที่เราแจ้งความนั้นทำการติดต่อแบงค์เพื่อสอบถามเจ้าของบัญชีว่าอยู่สาขาไหน หลังจากนั้นให้นำใบแจ้งความนี้ไปที่แบงค์แล้วทำการบอกแบงค์ว่าเราต้องการอายัดเงินของเราในบัญชีนี้เป็นจำนวนเงินที่เราเสียหายคะ
3. หลังจากนั้นทำการส่ง message ไปหาคนที่โกงเราแล้วบอกไปว่าเราได้ทำการอายัดเงินสดของเราในบัญชีธนาคารของคุณเรียบร้อยแล้ว "หากเขาไม่ติดต่อกลับ" ขั้นตอนต่อไปนะคะ
4. ไปโรงพักอีกรอบแล้วทำการแจ้งอายัดของเขาทั้งบัญชีได้เลยค่ะ พร้อมบอกเหตุผลของเรากับตำรวจว่าทำไมเราต้องทำแบบนี้ เพราะทางเราติดต่อไปไม่มีใครมารับผิดชอบ คราวนี้แหล่ะคะเงินสดทั้งแบงค์หากเขามีมากกว่าเงินที่เราเสียไปเขาจะติดต่อกับทันที "เพราะของอำเสียไป 19000 บาท แต่อายัดเงินบัญชีเขาได้เป็นเงินทั้งหมด 1,300,000 บาท" เท่านั้นคะของอำไม่เกินเช้าของวันรุ่นขึ้นก็ได้รับการติดต่อกลับทันทีคะ
5. กรณีหากทำการตกลงได้เราก้อยกเลิกอายัดไปเลยคะ เราจะได้ไม่วุ่นวายอีก
ส่วนของอำนั้นที่มีปัยหานั่นก็คือ เงินสดของเขามีการโอนเงินเป็น "ล้านบาทต่อวัน" ทำให้อำรู้สึกมีพิรุธ อำเลยทำการขอแบงค์ให้เปิดการดูบัญชีการเดินเงินของเขา ทำให้อำตกใจ และเกิดข้อสงสัย ~บริษัทบ้าอะไรหว่ะขายของได้วันละเป็นล้านบาท~
13 มกราคม 2553 ได้รับการติดต่อจากแบงค์เพื่อทำการยกเลิกอายัดเงินสด เพราะเจ้าของบัญชีได้เข้ามาชี้แจงเหตุผลว่าทางบริษัทเขาก็โดนคนหลอกเหมือนกัน ตัวเราไม่ว่าอะไรหรอกคะ งั้นก็มาชี้แจงที่สถานีทำตรวจแล้วกันจะได้เซ็นต์ยกเลิกไปทีเดียว
19.00 น. 13 มกราคม 2553 นัดเจอที่โรงพักสรุปว่าเขาก็โดนหลอก ทางเราไม่มีปัญหาแต่สิ่งที่อยากได้ฉันขอ เอกสารการจดทะเบียนบริษัทว่าได้ดำเนินธุรกิจนี้จริงไหม และเอกสารการส่งของให้ดูหน่อย พรุ่งนี้มาเจอกัน
18.00 น. 14 มกราคม 2553 นัดเจอกันรอบสอง พร้อมกับเอกสารที่เราต้องการ แต่สรุปว่าเอกสารไม่มี พร้อมกับอ้างว่าให้เจ้านายถือว่าให้ และกำลังขับรถมา เราไม่ว่าอะไรรอได้สักพัก เราให้ลูกน้องมันโทรหานายว่าอยู่ไหนเพราะดึกมากแล้ว สรุปนายมันปิดมือถือ ไม่รับสาย หลังจากนั้นเด็กคนนี้ก้อขับรถหนี้ไป
แต่สิ่งที่เราไม่คาดฝันก็เกิดขี้น มีเสียงโทรศัพท์ โทรเข้าสารวัตรที่รับผิดชอบคดีเรา พร้อมกับถามว่า "จบได้ไหมคดีนี้" เท่านั้นแหล่ะทำให้เรารู้ว่ามีตำรวจระดับใหญ่คอยคุ้มกันและคอยช่วยเครียปัญหานี้อยู่ ทำให้เราคิดว่า "เนี่ยเหรอสังคมไทย ที่เอาชีวิตฝากไว้กับตำรวจ เมื่อตำรวจเป็นสะเองแล้วฉันจะปรึกษาใคร" วันนั้นกลับบ้านดึกมาก แล้วก้อพบกับคำตอบว่า หากเราดื้อไป เราก็แพ้ เมื่อมันมีเงินมากกว่าเราจะให้อำนาจแบบนี้ใครจะสู้มันได้
19.30 น. 15 มกราคม 2553 ได้พบกับข่าวทางสถานีว่า บริษัทนี้ได้เอาทนายมาฟ้องเราเรื่องการอายัดเงินจำนวนหนึ่งล้านบาท ทำให้เขาไม่สามารภบริหารบริษัทได้ ~งง ไปเลย คนผิดไม่รับผิด แล้วดันมีหน้ามาฟ้องเรากลับ~ เออดีประเทศชาติ ฉันว่าฉันจะไม่หาเรื่องแล้วนะ ทำให้ฉันเกิดโมโห แกสวย สว สวย
16.30 น. 16 มกราคม 2553 รีบจัดการงานตัวเองเพื่อไปจัดการคดีนี้ให้เสร็จ เริ่มจากติดต่อเจ้าของบริษัท กดหาเป็น 10 รอบ ก้อไม่รับ ส่ง message ไปก้อไม่โทรกลับ ไหนไหนก้อไหนไหนแล้วบอกสารวัตรเลยแล้วกันว่าติดต่อกับผู้กำกับที่มันขอให้คดีจบติดต่อไอ้บริษัทโกงหน่อยสิ แล้วมาเครียให้จบภายในวันนี้ ไม่งั้นฉันจะเรียกร้องค่าเสียหาย พร้อมกับค่าเสียเวลา หลังจากไอ้ตำรวจบ้ามันติดต่อกันเวลาไม่นานมันก็ติดต่อกลับมา แล้วบอกว่าขอเลื่อนนัดไปอีก ~อะไรหว่ะกูเสียเวลามาโรงพักทุกวัน คราวนี้ฉันจะจบคดีเสือกไม่มาอีก พลัดกูเป็นว่าเล่น แล้วจะมาฟ้องกูว่ากูอายัดเงินทำให้มันไม่สามารถเอาเงินไปใช้ได้ ตกลงแม่งจะเอาเงินไปใช้หรือเปล่าหว่ะ~
เออเล่นแง่นัก ด้วยความโมโห หยิบโทรศัพท์ติดต่อเจ้าของบริษัท แล้วบอกกับตำรวจว่า "ตกลงฉันจะเรียกเงินค่าเสียเวลาจำนวน 1 แสนบาท พร้อมกับเงินสดของฉันอีก 19000" ให้มาเครียโดยด่วน หากคิดว่ามันมากไปให้มาดูการบริหารเงินของฉันว่าวันวันฉันหาเงินได้เยอะขนาดนั้นหรือไม่ และฉันได้เตรียมทนายไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อฟ้องกลับ"