วันนี้ปกติเลย เช้ากับการอาบน้ำให้หลาน+ป้อนข้าว+ไปส่งโรงเรียนกับคุณตา และจบด้วยไปทำงานของตัวเอง แต่เช้านี้แย่มากกับสิ่งที่เจอมีประชุมเช้ากับปลัดกระทรวง พ่อไปส่งตามปกติแต่รถดันชน เล่นถึงทำงานก้อปาเข้าไป 09.30 น. สายๆๆๆ งานชุมยังกะยุง ดันมีปัญหาอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่เราขบคิดมากมาย วันนี้รู้สึกว่า ความดี ที่เราเคยคิดว่าทำไปทำไม มันได้ส่งกลับมาหาเราโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ เมื่อมีเหตุการณ์ทำให้แต่ละฝ่ายต้องจากกันไปด้วยความก้าวหน้า ขอบคุณคะ หนูก็รักพี่ที่ทำงานเช่นกันคะ

เหนื่อยมาก

posted on 25 Jul 2010 01:05 by enjoy-aum

          รอบเดือนนี้ไม่ได้เขียนไดอารี่มานาน เป็นเพราะเจออุปสรรคในการขายสินค้ามาอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกับพายุกำลังจะพัดพาร่างกายให้หายไป ยังไงอย่างงั้น

          หนูรู้ หนูเหนื่อย แต่หนูก็จะทำคะแม่-พ่อ

          วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าสู่ระบบการทำงาน "หัวเป็นน๊อต" อีกครั้งหนึ่ง การดำเนินชีวิตก็เป็นเหมือนเคย ออกแต่เช้า กลับบ้านดึก แบกงานมาทำต่อที่ร้านพร้อมทั้งตรวจสอบเครื่องประจำทุกวันแบบนี้เช่นเคย  แต่การดำเนินชีวิตของทุกวันตัวเรารู้ว่ามันเหน็ดเหนื่อยอย่างมากมาย แต่ก็จะหายเหนื่อยทุกครั้ง

          • ที่กลับบ้านแล้วเห็นพ่อ-แม่ ยิ้ม ~รู้ไหมหนูหายเหนื่อยได้พริบตาเลย~

          • พยายามทำงานหนักเพื่อให้ท่านสบาย ~แต่ไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรกับเราบ้าง อยากรู้มากเลยรู้ไหมคะพ่อ-แม่~

          • ไม่เคยคิดอยากจะมีแฟน เพราะกลัวไม่มีเวลาให้ท่าน ~รู้ว่ามันไม่ใช่ประเด็นที่จะมาอ้าง แต่ก็รู้ว่าคนดีดีมันก็หายากจัง~

          • ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้พ่อก็ยังไปส่งเราก็ 34 ปี ท่านไม่ยอมเลิกสะที ~เรารู้สึกว่าท่านลำบากจัง อยากให้ท่านพักบ้าง พอไม่ให้ไปส่งท่านก็บ่น~

         • เวลาเราเครียดเราก็มีเจ้า "ไดอารี่" เป็นเพื่อนยามที่เราอยาก "ระบาย" ~สิ่งนี้แหล่ะที่สามารถทดแทนความเหงาของเราได้ในช่วงเวลานั้น~

         • เมื่อเวลาตัวเองหมดแรง หรือท้อ การไปเที่ยวไหนคนเดียวเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด ~ไม่ต้องมากแค่ทะเลเงียบ ๆ คนเดียว 2 คืนมันก็สามารถเปลี่ยนมุมมองได้เหมือนกัน~

         • คนรอบข้างคิดว่าเราเป็นผู้หญิงที่ขยัน ทำไปได้ไงงานขนาดนี้ ~เราอ่อนแอจะตาย ไม่มีใครมองออกเท่านั้นเอง~

          จนป่านนี้เราก็ยังคงดำเนินชีวิตอย่างเหมือนเคย แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าพ่อ-แม่ ท่านยังต้องการอะไรบ้างอีกหรือเปล่า เราก็แค่คนหนึ่งทำงานราชการเงินเดือนไม่มากนัก อาจจะหาความสุขให้ท่านได้ไม่มากนัก ถึงแม้ท่านจะถามว่า "หนูเหนื่อยไหมลูก" คำนี้แม้เหนื่อนป่านใด เสียงที่ตอบออกจากปากต้องเป็นคำว่า "อำเก่งจะตาย แค่นี้เองไม่เหนื่อยหรอกป๋า" ~แม้ร่างกายของเรามันแทบจะขาดแล้วก็ตาม~

          หนูรู้ หนูเหนื่อย หนูรู้ หนูท้อ "หนูหมดแรงไม่ได้หรอกคะ" เพราะหนูรักป๋า กับ แม่ ไงคะ

          วันนี้หนูท้อ เลยต้องมาหาไดอารี่บานนี้ เพื่อทำให้ใจเราแข็งแรงขึ้น "หนูจะไม่ทำให้ป๋ากับแม่ผิดหวังคะ"

•• Devils & Divas Comedy Concert ••

posted on 20 Jun 2010 13:48 by enjoy-aum

          GOoo. Devils & Divas Comedy Concert

          รางวัลชีวิตรอบเดือนนี้ ทั้ง ๆ ที่ต้องส่งของ แต่ก็ต้องรีบไปดูคอนเสริตนี้สะหน่อย "Devils & Divas Comedy Concert" หัวหมาก 555+ ไปไม่ถูกหรอก ซุ่ม ๆ กันไป จากที่เขาเลื่อนกันไปนานร่วม 1-2 เดือน ก็ได้เวลาออกโรงกันแล้วค่ะ

          กลับมาแล้วพร้อมภาพ กับเสียงหัวเราะแบบปวดปาก ปวดกราม อย่างแรง

          กับ "5 นักร้อง + 1 สาวขำ" พร้อมประชันใน เดวิลส์ แอนด์ ดีว่าส์ คอนเสิร์ต นำโดย มัม ลาโคนิค , แอม เสาวลักษณ์ , โอปอล์ , พี่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ , พี่ตู๋ นันทิ และ พี่ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร

           งานนี้คนเด่นในงานได้แก่ น้องโอปอ พี่ฮาย ทั้งสองคนทำเอากรามแทบค้าง ตลอดงาน ซึ่งเขาจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

          กลุ่มที่ 1 นางฟ้า นำโดย พี่ตู๋+พี่ตุ๊ก+พี่แอม

          กลุ่มที่ 2 กลุ่มนางมาร ^^ เหมือนเราเลย นำโดย พี่มัม+พี่ฮาย+น้องโอปอ

          ซึ่งมีแขกรับเชิญเป็นน้องโตโน้ เห็นเขากรี๊ดกัน เราละนั่งงงไปเลยเขาเป็นใครน๊า อิอิ เพราะเป็นนักร้องวัยรุ่นสมัยใหม่เกินไปที่เราจะรู้จัก กรี๊ดกันสนั่นเวทีเมื่อโตโน้ก้าวขึ้นเวที

          ขอ Copy Link ที่คนเอาเข้าไปโพสในยูทรูปมาประกอบหน่อยนะคะ เพราะไม่มีเวลาเอา VDO ลงจริง ๆ คะ

          คอนเสิร์ตเริ่ม 19.00 น. แต่เล่นเลิกปาเข้าไป 23.30 น. กลับบ้านมึดค่ำกันเลยคะ พร้อมกับความเพลียในปากอย่างแรง ไปแระคะ แล้วค่อยเจอกันใหม่นะคะ บ๊ายบาย

          EnJoY หยุดตะลอนเพราะไม่สบายอย่างหนัก เย็บหลายเข็มมาก เพราะไปตัดผ่าตัดฟันมา เล่นเอากินไม่ได้ แง แง --^ นอนไม่หลับเพราะปวดมากมาย ต้องพักร้อนจากงานราชการ 3 วัน โดยแพทย์สั่งให้หยุดทำงานทุกอย่าง เลยเป็นอะไรที่เซงมากมาก เบื่อมากมาย โอ๊ยไม่เคยว่างอะไรขนาดนี้

          แต่ก้อไม่พ้นแอบมานั่งทำงานพิเศษ Update หน้าเว็บไซต์ตัวเอง จัดการราคาใหม่ เก็บเอกสารที่รกรุงรังมากมาย อะนะ แต่ก้อดีเหมือนกันที่ได้หยุดหากไม่ได้หยุดคงรกอยู่อย่างนี้แหล่ะค่ะ บ่าย ๆ ของแต่ละวันก็จะว่างเป็นธรรมดา ไปทำเล็บ ทำผมสะเลยเปลี่ยนหน้าตาสะบ้าง เลยเป็นยายป้ากับเขาสะ อิอิ

          ช่วงเย็นก้อไปหาหมอล้างน้ำเกลือ ตกเย็นก้อทานยา กินข้าวต้ม เป็นเรื่องปกติทำแบบนี้มา 3 วันแล้วน่าเบื่อมากมาก

 

          

•• Espresso sigle shot ••

posted on 05 Jun 2010 22:31 by enjoy-aum

          Espresso สักแก้ว

          วันเสาร์ที่ไม่ได้พักอีกตมเคย ตื่นเช้ามาก็มานั่งทำเอกสาร รับโทรศัพท์ลูกค้า ทำเอกสารให้ลูกค้าเพราะวันนี้เป็นวันปิดยอดรับสินค้า Blackberry และ iPhone และก็ยังเป็นวันที่ต้องส่งของให้กับลูกค้าอีก 3 เจ้า เหนื่อยมากคะ ใช้พี่วินมอไซต์อีกตามเคยเพราะกรุงเทพรถติดมากกก ตัวดำปิดดดด

           ส่งงานเสร็จก้อล่วงเวลามาเย็นค่ำ รู้สึกหิวแล้วพระเจ้าคร๊า นั่งหาร้านกาแฟ+ทานข้าวสะหน่อยคะ พร้อมกับทำงานไปด้วยกับน้องที่มาด้วยกัน ร้านกาแฟร้านนี้ชื่อว่า "ร่ำรวย" ช่างน่านั่งเหลือเกิน หวังว่าเราคงได้เป็นดั่งชื่อร้าน ^^ ร้านนี้อยู่ริมน้ำเจ้าพระยาคะ ติดกับภัทราวดีเธียเตอร์ค่ะ หากใครมาลองมานั่งทางนะคะ เจ้าของร้านเป็นแฟนกัน น่ารักมาก พร้อมมีแมว 1 ตัว ที่มันจะคอยเดินมารับแขกที่เข้าร้านเสมอค่ะ พร้อมกับเอาขนมาถูไถ่เราด้วย ให้เราหายเหงา

 

 

          วันนี้ภาระคงหมดเท่านี้คะ เพราะต้องกลับบ้านอาน้ำ และทำเอกสารปิดยอดอีก บ๊ายบายคะเพื่อน ๆ ฝันดีคะ

•• ออกนอกกรอบอีกวัน ••

posted on 31 May 2010 17:21 by enjoy-aum

           ออกนอกกรอบอีกวัน ^^

           งานที่ทำงานช่วงนี้ก็ยุ่งมาก เพราะหัวหน้าที่เรารักเขามีปัญหาครอบครัว สิ่งใดที่ช่วยเขาได้เราต้องช่วยเต็มที่ เพราะเขามีบุญคุณกับเรามาก ซึ่งพี่ชายเป็นมะเร็วขั้นสุดท้าย และกำลังหาทางช่วยกันรักษาอยู่ แต่เราก็แค่คนนอกครอบครัว เอาใจช่วยคะพี่ออ มรสุมอะไรผ่านมาหวังว่าพี่ออต้องผ่านมันได้ อำช่วยเต็มที่นะคะ          

           เลิกงานแล้ว ต้องออกนอกรอบอีกวันไปส่งของรถไฟฟ้าอโศก นั่งพักทานกาแฟสักแก้ว พร้อมกับอ่านตารางงานรอลูกค้าไปเรื่อย ๆ คนเดินทางกันกลับบ้านกันแล้ว แต่เรายังคงเป็นแบบนี้เช่นเคยทุกวัน

          ค่ำแล้วค่ะ กลับถึงบ้านก้อคงสองทุ่มกว่า เพื่อจะไปให้ทันเซ็นสัญญากับลูกค้าภายในเวลา 3 ทุ่ม ที่บ้านค่ะ คงต้องรับไปอีกตามเคย ไม่อยากกลับไปทำอะไรต่อเลย อยากนอนมาก มากก มากก โอ๊ย

          เรื่องราวอันมากมายที่ไม่ EnJoY เสียเลย

          ผ่านไปหลายเดือนไม่ได้มาเขียนไดอารีเล่มนี้เลย เพราะเรื่องราวอันมากมายที่ต้องแก้ไข+กับความพยายามอดทนทุกสิ่งทุกอย่าง ปัญหา อุปสรรค ที่เข้ามาพร้อมกันมันทำให้ร่างกายมันท้อไปทุกวันจนสุดท้ายตัวเองต้องหนี้สังคมอันวุ่นวาย สะพายกระเป๋าออกเดินทางเพื่อทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแม้มันจะแย่เสียไปหมดทุกอย่าง

          ตอนนี้นั่งอยู่ริมหาดทราย นั่งทำงานกลางคนมากมาย มีเพื่อนเป็นสายลม เม็ดทราย ซึ่งเราไม่สามารถเล่าเรื่องอันเลวร้ายให้ใครรับทราบได้ ชีวิตก็เหมือนคลื่นที่กำลังซัดเข้าฝั่งโดยไม่มีวันหยุดตลอดคืนและตลอดวัน

          ตลอดวันที่ผ่านหลังเลิกงานจะต้องเดินทางส่งของแทบทุกวัน ตามรถไฟฟ้าทุกสถาน๊ ~ ขอบอกก่อนคะเพราะตอนนี้ได้ขายสินค้า Blackberry นำเข้าจากต่างประเทศ และค่อนข้างจะขายดีเสียด้วยค่ะ แต่มันก็เหนื่อยมากเพราะเรามีงานประจำอยู่ ถามว่ากลัวก็กลัว แต่ก็ต้องทำ

          แต่สิ่งที่ผ่านมาและร้ายแรงมากที่สุดคือต่างประเทศส่งสินค้าผิดสเป็ค ทำให้เราต้องแก้ปัญหาอันใหญ่มาก เพราะสินค้า iphone 3gs รอบนี้สินค้าเยอะมาก และเป็นสินค้าที่แพงมาก ๆ ๆ หลานแสนบาท เล่นเอาน้ำตาร่วงไปหลายเดือน และขณะนีก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เนื่องจากสินค้าที่ส่งมาต้องส่งกลับไปต่างประเทศซึ่งใช้ระยะเวลาในการจัดส่งค่อนข้างนาน ประกอบกับลูกค้าต้องกาดึงเงินคืนอีกต่างหากคะ

          ที่ผ่านมามันเหนื่อยมาก แต่พูไปเขาก็บอกว่าทำเองนิ ทำให้ลำบากเอง ใครจะช่วยได้ เนี่ยแหล่ะคะเลยต้องมาบ่นในไดอารี่เล่มนี้ สิ่งที่ทำทุกอย่างด้วยความลำบากก็เพราะอยากให้พ่อแม่สบายเท่านั้นเอง อยากให้ท่านภูมิใจเรา เราผิดเหรอที่ทำแบบนี้ ช่วงนี้อาจจะต้องหายไปอีกนานกับปัญหาที่เกิด ชาร์ทแบทแล้วหลายรอบก็หมดไปหลายรอบแล้วเช่นกัน ขอพรอย่างเดียวว่าขอให้มันผ่านไปได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง แก้ปัญหาให้ดีที่สุดใครจะว่าอะไรเราไม่สนใจ เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว

          ขอบคุณทุกคนค่ะที่เข้ามาให้กำลังใจ ถึงแม้จะหายไปนานจนบางทีเพื่อนอาจจะลืมไปแล้วบ้างก็ตาม ยังคงคิดถึงไดอารีเล่มนี้ตลอดเวลาคะ บ๊ายบาย ฝันดี

•• ขอโทษนะเพื่อน ••

posted on 20 Feb 2010 23:03 by enjoy-aum

 

•• ขอโทษนะเพื่อน ••

          หลังวันวาเลนไทน์ เพียงหนึ่งวันที่อาจจะทำให้เพื่อนกันมันเปลี่ยนไป เพียงเพราะแกคิดกับฉันเกิดเพื่อน เรื่องนี้มันเพิ่งเกิดขึ้น แต่ตัวเราเองรู้อยู่ตลอดเวลาว่าเพื่อนเราคนนี้มันชอบเรา แต่ฉันไม่ชอบ และก็พยายามบอกมันตลอดเวลา ฉันทั้งพูด กู มึง เอ็ง ข้า เพื่อนก็ยังไม่รับรู้ ฉันไม่อยากให้แกเสียใจ และฉันก็ไม่อยากทำให้ใครเสียใจ ฉันอยากทำงานและดูแลครอบครัวมากกว่านี้

         ฉันไม่รู้จริง ๆ หว่ะแก กูไม่อยากให้มึงคิดแบบนี้ ทุกวันที่ข้าทำงานข้าเหนื่อยใจกับการคุยกับแก ถึงแม้แกจะถามข้ามากสักเท่าไหร่ ข้าก็ไม่มีเปลี่ยนใจ และฉันก็ไม่อยากตัดแกออกจากเพื่อนสนิท

         แต่ตอนนี้ฉันเหนื่อยงานมาก แล้วยังมาเจอแกถามโน้นนี่อีก เหมือนคนคอยสังเกตุตัวข้า ข้าเหนื่อยจริงหว่ะเพื่อน แล้วข้าก็เป็นผู้หญิงเจ้าอารมณ์สะด้วยพวกแกก็รู้ เป็นหญิงไฮเปอร์ มากมาย โลกส่วนตัวข้ามันก็เยอะโข โทษนะเพื่อน แต่ก็ขอบใจนะที่มีคนในโลกนี้ชอบเรา ทั้ง ๆ ที่ตัวเราก็ไม่ได้ดีอะไรหนักหนา

 

          ฉันผิดไหม  เพื่อนบอกหน่อย ฉันไม่ได้รังแกใครใช่ไหม ฉันทำทุกทางแล้วจริง ๆ  เดี๋ยวแกก็จะโชคดีแหล่ะ ส่วนข้าก็คงเป็นเช่นนี้เหมือนเดิม

          •• ทำไมปีนี้มันหนักหนาอย่างนี้นะเรา ••

          งานที่ทำงานก็หนักสะเหลือเกิน ทำงานไปกินไป อยู่กับคอมตลอดเวลาเลยเรา ทำไมมันเยอะขนาดนี้ เบื่อตัวเองจริงเลย นายก้อไปอยู่กับรัฐมนตรีอีก งานประจำก็ทำไม่เสร็จเพระโดนงานอื่นแทรกสะงานประจำปั่นไม่ไหวแล้ว โว๊ย

 

           งานพิเศษก็ช่างปวดหัวเสียเหลือเกิน ต้นปีก็มีเรื่องขึ้นโรงพักตั้งแต่ต้นปี เครียคดีกันเจ้าละหวั่น เครียเสร็จก็ต้องมารีบปั่นสินค้าส่งให้เสร็จตามกำหนดอีก ไหนจะสอนหนังสือเด็กอีก ผู้ใหญ่อีก

           อยู่บ้านก้ออยู่แต่มุมนี้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เปิดหนังสือ มีเจ้าสิงโต ตัวโปรดคอยนอนให้กำลังใจตลอดเวลา ต่อไปจะเจออะไรกีอีกเนี่ย มันช่างเยอะสะเหลือเกิน พรุ่งนี้ก็ต้องไปสอนหนังสือข้างนอกอีก แล้วก็ต้องไปส่งของอีก โอ๊ย โอ๊ย เข้ามาบ่นมันจะได้อะไรเนี่ย ปวดหัวมากมาก พอแหล่ะไปนอนดีกว่า หนูรักพ่อแม่ค่ะ

          ฉันทนมองสังคมแบบนี้ไม่ได้ "ฉันเสี่ยงไปไหม"

          ตอนนี้หนักใจ และเหนื่อยใจมาก กับสิ่งที่เจอมาร่วม 10 วัน  กับการเดินทางไปทำงานตอนเช้า  ตอนเย็นเข้าโรงพักทุกวัน

          ที่หายไปเพราะงานอำเยอะ ธุรกิจที่ทำเสริมตอนนี้ คือ การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์  ทำสิ่งนี้มาร่วม 4 เดือนแล้ว ค่อนข้างจะไปได้สวยเลยทีเดียว พอเริ่มจะลงตัวกับงานชิ้นนี้ สุดท้ายก็มาเกิดปัญหา  เพราะสินค้ามีคนสั่งเยอะไม่สามารถรองรับลูกค้าได้ เลยกลายเป็นต้องนำเข้าด้วย และพยายามหาในประเทศไทยด้วย คงสงสัยกันนะคะ อำนะเข้า BlackBerry iPhone และกล้อง ทุกยี่ห้อคะ

          แต่สิ่งที่อำทำปัจจุบัน คือ การตรวจเช็คราคาในประเทศไทยว่าสินค้าที่เรานำเข้ามานั้นหากมันแพงไปเราจะไม่ได้กำไร อำเลยต้องทำการตรวจสอบราคาอยู่ตลอดเวลา เลยไปเจอเว็บหนึ่งคะ ซึ่งมันขาย BlackBerry ราคาถูกมากจนไม่น่าเชื่อ ทำให้เรารู้สึกว่าน่าสนใจ หากเราสั่งเขาเราจะได้ลดต้นทุนไปหน่อย เลยทำการติดต่อกับเจ้าของที่โพสไว้ "คนนี้ชื่อ เต้ มารุต ศรีทัย เอก " มันจะเปลี่ยนชื่อไปเรื่อย ๆ นะคะ หากพบคีย์เวิดร์นี้โปรดระวังนะคะ 

          iPhone Classic 8GC = 8,000 / 16GB ราคาเพียง 13,000 เท่านั้น

          BlackBerry Curve = 10,000 และ Bold = 11,000 กับเว็บไซต์ที่โพสดังนี้

          http://www.thaimobilecenter.com/market/market_detail.asp?board_id=34022

          ไอ้เราก้อคงอยู่ช่วงดวงไม่ดีสั่งของเขาแล้วก้อโอนเงินไปครึ่งหนึ่งเพื่อลองสินค้าก่อน แต่พอถึงเวลาส่งสินค้าบริษัทนี้ดันไม่ส่งสินค้าให้เรา เลยต้องกลายเป็นเรื่อง สิ่งแรกที่ได้ทำนั่นคือ

          1. การแจ้งความว่าโดนฉ้อโกง โดยเราต้องเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยนะคะ

          2. นำเอกสารที่เราแจ้งความนั้นทำการติดต่อแบงค์เพื่อสอบถามเจ้าของบัญชีว่าอยู่สาขาไหน หลังจากนั้นให้นำใบแจ้งความนี้ไปที่แบงค์แล้วทำการบอกแบงค์ว่าเราต้องการอายัดเงินของเราในบัญชีนี้เป็นจำนวนเงินที่เราเสียหายคะ

          3. หลังจากนั้นทำการส่ง message ไปหาคนที่โกงเราแล้วบอกไปว่าเราได้ทำการอายัดเงินสดของเราในบัญชีธนาคารของคุณเรียบร้อยแล้ว "หากเขาไม่ติดต่อกลับ" ขั้นตอนต่อไปนะคะ

          4. ไปโรงพักอีกรอบแล้วทำการแจ้งอายัดของเขาทั้งบัญชีได้เลยค่ะ พร้อมบอกเหตุผลของเรากับตำรวจว่าทำไมเราต้องทำแบบนี้ เพราะทางเราติดต่อไปไม่มีใครมารับผิดชอบ คราวนี้แหล่ะคะเงินสดทั้งแบงค์หากเขามีมากกว่าเงินที่เราเสียไปเขาจะติดต่อกับทันที "เพราะของอำเสียไป 19000 บาท แต่อายัดเงินบัญชีเขาได้เป็นเงินทั้งหมด 1,300,000 บาท" เท่านั้นคะของอำไม่เกินเช้าของวันรุ่นขึ้นก็ได้รับการติดต่อกลับทันทีคะ

          5. กรณีหากทำการตกลงได้เราก้อยกเลิกอายัดไปเลยคะ เราจะได้ไม่วุ่นวายอีก

          ส่วนของอำนั้นที่มีปัยหานั่นก็คือ เงินสดของเขามีการโอนเงินเป็น "ล้านบาทต่อวัน"  ทำให้อำรู้สึกมีพิรุธ อำเลยทำการขอแบงค์ให้เปิดการดูบัญชีการเดินเงินของเขา ทำให้อำตกใจ และเกิดข้อสงสัย ~บริษัทบ้าอะไรหว่ะขายของได้วันละเป็นล้านบาท~

         13 มกราคม 2553 ได้รับการติดต่อจากแบงค์เพื่อทำการยกเลิกอายัดเงินสด เพราะเจ้าของบัญชีได้เข้ามาชี้แจงเหตุผลว่าทางบริษัทเขาก็โดนคนหลอกเหมือนกัน ตัวเราไม่ว่าอะไรหรอกคะ งั้นก็มาชี้แจงที่สถานีทำตรวจแล้วกันจะได้เซ็นต์ยกเลิกไปทีเดียว

          19.00 น. 13 มกราคม 2553 นัดเจอที่โรงพักสรุปว่าเขาก็โดนหลอก ทางเราไม่มีปัญหาแต่สิ่งที่อยากได้ฉันขอ เอกสารการจดทะเบียนบริษัทว่าได้ดำเนินธุรกิจนี้จริงไหม และเอกสารการส่งของให้ดูหน่อย พรุ่งนี้มาเจอกัน

          18.00 น. 14 มกราคม 2553 นัดเจอกันรอบสอง พร้อมกับเอกสารที่เราต้องการ แต่สรุปว่าเอกสารไม่มี พร้อมกับอ้างว่าให้เจ้านายถือว่าให้ และกำลังขับรถมา เราไม่ว่าอะไรรอได้สักพัก เราให้ลูกน้องมันโทรหานายว่าอยู่ไหนเพราะดึกมากแล้ว สรุปนายมันปิดมือถือ ไม่รับสาย หลังจากนั้นเด็กคนนี้ก้อขับรถหนี้ไป

          แต่สิ่งที่เราไม่คาดฝันก็เกิดขี้น มีเสียงโทรศัพท์ โทรเข้าสารวัตรที่รับผิดชอบคดีเรา พร้อมกับถามว่า "จบได้ไหมคดีนี้" เท่านั้นแหล่ะทำให้เรารู้ว่ามีตำรวจระดับใหญ่คอยคุ้มกันและคอยช่วยเครียปัญหานี้อยู่ ทำให้เราคิดว่า "เนี่ยเหรอสังคมไทย ที่เอาชีวิตฝากไว้กับตำรวจ เมื่อตำรวจเป็นสะเองแล้วฉันจะปรึกษาใคร" วันนั้นกลับบ้านดึกมาก แล้วก้อพบกับคำตอบว่า หากเราดื้อไป เราก็แพ้ เมื่อมันมีเงินมากกว่าเราจะให้อำนาจแบบนี้ใครจะสู้มันได้

          19.30 น. 15 มกราคม 2553 ได้พบกับข่าวทางสถานีว่า บริษัทนี้ได้เอาทนายมาฟ้องเราเรื่องการอายัดเงินจำนวนหนึ่งล้านบาท ทำให้เขาไม่สามารภบริหารบริษัทได้ ~งง ไปเลย คนผิดไม่รับผิด แล้วดันมีหน้ามาฟ้องเรากลับ~ เออดีประเทศชาติ ฉันว่าฉันจะไม่หาเรื่องแล้วนะ ทำให้ฉันเกิดโมโห แกสวย สว สวย

          16.30 น. 16 มกราคม 2553 รีบจัดการงานตัวเองเพื่อไปจัดการคดีนี้ให้เสร็จ เริ่มจากติดต่อเจ้าของบริษัท กดหาเป็น 10 รอบ ก้อไม่รับ ส่ง message ไปก้อไม่โทรกลับ ไหนไหนก้อไหนไหนแล้วบอกสารวัตรเลยแล้วกันว่าติดต่อกับผู้กำกับที่มันขอให้คดีจบติดต่อไอ้บริษัทโกงหน่อยสิ แล้วมาเครียให้จบภายในวันนี้ ไม่งั้นฉันจะเรียกร้องค่าเสียหาย พร้อมกับค่าเสียเวลา  หลังจากไอ้ตำรวจบ้ามันติดต่อกันเวลาไม่นานมันก็ติดต่อกลับมา แล้วบอกว่าขอเลื่อนนัดไปอีก ~อะไรหว่ะกูเสียเวลามาโรงพักทุกวัน คราวนี้ฉันจะจบคดีเสือกไม่มาอีก พลัดกูเป็นว่าเล่น แล้วจะมาฟ้องกูว่ากูอายัดเงินทำให้มันไม่สามารถเอาเงินไปใช้ได้ ตกลงแม่งจะเอาเงินไปใช้หรือเปล่าหว่ะ~

          เออเล่นแง่นัก ด้วยความโมโห หยิบโทรศัพท์ติดต่อเจ้าของบริษัท แล้วบอกกับตำรวจว่า "ตกลงฉันจะเรียกเงินค่าเสียเวลาจำนวน 1 แสนบาท พร้อมกับเงินสดของฉันอีก 19000" ให้มาเครียโดยด่วน หากคิดว่ามันมากไปให้มาดูการบริหารเงินของฉันว่าวันวันฉันหาเงินได้เยอะขนาดนั้นหรือไม่ และฉันได้เตรียมทนายไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อฟ้องกลับ"